Latest Movie :
Recent Movies
.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2001 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2001 แสดงบทความทั้งหมด

The Mummy Returns

The Mummy Returns
Director :  Stephen Sommers
Writer :  Sommers
Stars :  Brendan Fraser, Rachel Weisz, John Hannah
Length : 130 min.
Budgets : $98 million
Box : $433 million










The Others : คฤหาสน์สัมผัสผวา

The Others : คฤหาสน์ .. สัมผัสผวา

เข้าฉาย         :   August 10’ 2001
กำกับโดย      :   Alejandro Amenabar
นำแสดง        :   Nicole Kidman, Fionnula Flanagan, Christopher Eccleston, Elaine Cassidy, Eric Sykes, Alakina Mann, James Bentley
รายได้           :   Box Office = $218,947,037    (ทุนสร้าง = $17,000,000 )
ประเภท        :   Horror / Mystery
ความยาว       :   104 minutes


คุณรู้จักคำว่า “วิญญาณ” มากแค่ไหน. . .

ภาพยนตร์เรื่องนี้ อาจทำให้คุณเข้าใจในสิ่งที่เรียกว่า “วิญญาณ” ได้มากขึ้น


คฤหาสน์ สัมผัสผวา The Others ชื่อเรื่องเขียนเป็นภาษาสเปน คือ Los otros ภาพยนตร์สยองขวัญในปี ค.ศ. 2001 นำแสดงโดย นิโคล คิดแมน บทภาพยนตร์และกำกับการแสดงโดย อเลฮานโดร อเมนาบาร์


The Others เป็นภาพยนตร์จากการกำกับโดย อเลฮานโดร อเมนาบาร์ ผู้กำกับหนุ่มชาวสเปนอายุเพียง 29 ปี และเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้เอง ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากภาพยนตร์อิสระก่อนหน้านั้น ซึ่งได้รับเสียงวิจารณ์ว่า เป็นภาพยนตร์ที่มีบรรยายกาศน่าหวาดผวา และมีบทหักมุมตอนจบที่ทำได้สุดเฉียบ รวมทั้งแสดงเองด้วยในฐานะตัวประกอบ ซึ่งอเมนาบาร์ได้ปรากฏตัวในเรื่อง ด้วยการแสดงเป็นศพในรูปถ่ายใบเก่าในบ้าน

Trailers




ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยได้รางวัลโกยาถึง 8 รางวัล (ออสการ์ของประเทศสเปน) จากการเสนอชื่อถึง 15 รางวัล รวมทั้งได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมด้วย อีกทั้งยังทำเงินได้มากมายจากการเข้าฉายทั่วโลก


เรื่องย่อ . . .
เกาะชาเนล อยู่ระหว่างประเทศอังกฤษกับฝรั่งเศส มีคฤหาสน์ทรงวิคตอเรียนเก่าแก่หลังใหญ่อยู่หลังหนึ่ง ที่แม้จะดูงดงาม แต่ก็น่าสะพรึงกล้ว เจ้าของคฤหาสน์เป็นหญิงสาวชื่อ เกรซ (นิโคล คิดแมน) เธออาศัยอยู่ที่นี่พร้อมกับ แอนน์ (อลิคิน่า มานน์) ลูกสาว และ นิโคลัส (เจมส์ เบนท์ลี่ย์) ลูกชาย ตามลำพัง โดยที่ ชาร์ลส์ (คริสโตเฟอร์ แอคเคลสตัน) สามีของเธอไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 ค.ศ. 1945  นานกว่าปีแล้ว และไม่มีข่าวคราวใด ๆ ส่งมา   


เรื่องราวของคฤหาสน์หลังงามขนาดใหญ่ รอบคฤหาสน์เต็มไปด้วยหมอกควันหนาทึบ ไม่สามารถมองเห็นระยะไกลได้ เหมือนเป็นการบอกนัยๆ ว่าคฤหาสน์หลังนี้ได้ตัดขาดจากโลกภายนอกแล้ว ไม่สามารถเข้าและออกได้ อีกทั้งยังอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ชวนหลอน ผวา และไม่น่าไว้วางใจ แม่และลูกอีกสองคนที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์โบราณหลังโตนี้ เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จึงไม่มีทั้งไฟฟ้าและโทรศัพท์ใช้ ลูกทั้งสองคนก็ป่วยเป็นโรคประหลาดผิดปกติคือแพ้แสงแดดอย่างรุนแรง ถ้าโดนแสงแดดแม้แต่นิดเดียวอาจถึงแก่ชีวิตได้


“เกรซ” เป็นแม่ที่เข้มงวด และเคร่งครัดกับลูก ๆ มาก เพราะตัวเธอเองขาดการติดต่อกับโลกภายนอกมานานแล้ว แม้จะออกไปแต่ก็ไม่ได้เพราะหมอกลงจัด ภายในบ้านก็มีบางอย่างผิดปรกติ เช่น เปียโนสามารถบรรเลงได้เองโดยที่ไม่มีคนเล่น, ประตูหรือผ้าม่านเปิดปิดได้เอง, มีเสียงคนแปลก ๆ ที่ชั้นบนของบ้าน หรือแม้แต่แอนน์และนิโคลัส ก็มักพูดว่า เห็นคนอื่นปรากฏตัวในบ้านด้วย


แรกเริ่มเดิมทีคุณนายได้อาศัยอยู่กับเครือญาติ และเหล่าคนรับใช้ แต่พอเวลาผ่านไปญาติของเธอแหละเหล่าคนรับใช้ ต่างพากันย้ายออกจากบ้านไปโดยไม่มีเหตุผล ลูกสาวคนโตของเธอมักจะคอยบอกน้องชายคนเล็กเสมอ ๆ ว่า มีเด็กผู้ชายและผู้หญิงแก่ชราอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย ซึ่งยังชอบมาเล่นกับเธอเป็นประจำ


วันหนึ่ง หมอกลงจัด มีคนแปลกหน้า 3 คนมาขอสมัครทำงานบ้านที่นี่ โดยอ้างว่ามาตามประกาศในหนังสือพิมพ์ เกรซรับเอาไว้ และบอกกล่าวถึงจุดต่าง ๆ ในบ้าน โดยเฉพาะต้องปิดหน้าต่างและม่านให้มืดสนิทที่สุดเมื่อลูก ๆ ของเธอทั้ง 2 จะผ่านห้องต่าง ๆ เพราะทั้งคู่เป็นโรคแพ้แสงแดดอย่างรุนแรง ดังนั้นแสงสว่างในบ้านจะมีได้ก็จากตะเกียงเท่านั้น


ทั้งพฤติกรรมของ "เกรซ" และบางสิ่งภายในคฤหาสน์ หลังนี้ ก็เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าฉงนสงสัย เปียโนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางบ้าน แต่คุณนายของบ้านสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใครเล่น หน้าต่างของบ้านมีเป็นสิบบาน แต่ทุกบานต้องปิดไว้ด้วยผ้าม่านสีดำผืนใหญ่ทั้งหมด เพื่อกันลูกๆของเธอไม่ให้โดนแสงแดด และเมื่อเปิดประตูบานไหนแล้วต้องปิดพร้อมกับล๊อคให้แน่นหนา 


จนนานวันเข้า สิ่งประหลาดภายในคฤหาสน์ก็หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ เกิดมีเหตุการณ์แปลกๆ ขึ้นมากมาย เช่นมีเสียงดังแปลกๆ ราวกับมีผู้คนอาศัยมากมาย ประตูที่ถูกล๊อคไว้ก็เปิดเอง ผ้าม่านสีดำผืนใหญ่ที่ถูกตรึงไว้เพื่อกันแสงแดด ก็ถอดออกเองจนหมด คุณนายจึงไปต่อว่าคนรับใช้ทั้งสามว่าเป็นคนทำ 


เกรซพยายามที่จะไม่เชื่อว่าสิ่งประหลาดต่าง ๆ นั้น เกิดขึ้นได้เอง และคาดคั้นเอากับคนรับใช้ทั้ง 3 เพราะเธอเพิ่งนึกได้ว่าที่แท้แล้วเธอไม่ได้ลงประกาศใด ๆ ในหนังสือพิมพ์ แต่หัวหน้าคนใช้ (ฟิออนนูล่า ฟลานาแกน) กลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร และยังบอกอีกด้วยว่า พวกตนเคยมาทำงานที่นี่แล้วครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว


ปัญหาต่างๆ เริ่มรุมเร้ามากขึ้นจนเธอทั้งกลัว และหวาดผวา จนกลายเป็นความโมโห ฉุนเฉียว เธอจึงไปเค้นความจริงจากลูกสาว จนได้รู้ว่า ผู้หญิงแก่ที่อยู่ในบ้านนี้เป็นคนกระทำ แล้วจึงเรียกผู้หญิงแก่คนนั้นว่า "ผู้บุกรุก" และคุณนายต้องหาทางทำทุกวิถีทางเพื่อไล่ผู้บุกรุกเหล่านั้น ออกไปจากคฤหาสน์ของเธอ... .


แล้วจู่ ๆ สามีที่ไปรบในสงคราม ก็กลับมาด้วยท่าทีประหลาด ๆ และแล้ว . . ความจริงทั้งหมดก็กำลังจะเปิดเผยตัวของมันเอง ท่ามกลางการส่งสัญญาณบอกใบ้ของคนรับใช้ทั้ง 3 คน 


แล้วความจริงที่ว่า..นั้น คืออะไรกันแน่ ?

ขอเชิญติดตามค้นหาความจริงกันต่อได้ในภาพยนตร์






Ref :
  

Moulin Rouge : มูแลง รูจ

Moulin Rouge  :  มูแลง รูจ



เข้าฉาย         :   May’ 2001
กำกับโดย      :   Baz Luhrmann
นำแสดง        :   Nicole Kidman, Ewan McGregor, Jim Broadbent, Richard Roxburgh, John Leguizamo, Jacek Koman, Caroline O’Connor
รายได้           :   Box Office = $179,213,434    (ทุนสร้าง = $52,000,000 )
ประเภท        :   Drama / Musical / Romance
ความยาว       :   128 minutes

ภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 8 สาขา โดยได้รับรางวัลมา 2 สาขา จากการออกแบบเครื่องแต่งกาย และการออกแบบฉาก โดยแคเทอรีน มาร์ติน (ภรรยาของเลอห์มานน์) และรางวัลลูกโลกทองคำอีก 3 สาขา คือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (สาขาภาพยนตร์ตลก และเพลง), รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (นิโคล คิดแมน) และรางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม  อีกทั้งภาพยนตร์ยังได้รับรางวัลบาฟตา สาขานักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม คือ จิม บรอดเบนท์


มูแลงรูจ! (Moulin Rouge!) เป็นภาพยนตร์เพลง เรื่องที่สามในภาพยนตร์ชุดไตรภาค "The Red Curtain Trilogy" ของบาซ เลอห์มานน์ ออกฉายในปี พ.ศ. 2544 เขียนบทโดยเลอห์มานน์ ดัดแปลงจากเรื่องของออร์ฟูและออริดิซี ในตำนานเทพปกรณัมกรีก และจากอุปรากรเรื่อง La Traviata ของจูเซปเป แวร์ดี



Trailers



ดนตรีประกอบภาพยนตร์ในเรื่องมีความโดดเด่น ที่นำเพลงในสมัยนิยม ทั้งทำนองเพลง หรือคำร้องบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นเพลงป็อบ ร็อก ริทึมแอนด์บลู มาสอดแทรกนำเสนอในเนื้อหาของภาพยนตร์ ได้แก่


"Nature Boy" ของ เดวิด โบอี
"The Sound of Music" และ "The Lonely Goatherd" จากภาพยนตร์ มนต์รักเพลงสวรรค์
"Lady Marmalade" ขับร้องโดย คริสติน่า อากีเลร่า ลิล คิม มิย่า มิสซี เอลเลียต และพิงก์
"Because We Can" โดย แฟตบอยสลิม
"Rhythm of the Night" ของ ไดแอน วาร์เรน
"Material Girl" และ "Like a Virgin" โดย มาดอนนา
"Smells Like Teen Spirit" โดย เนอร์วานา
"Diamonds Are a Girl's Best Friend" ที่เคยขับร้องโดย มาริลิน มอนโร
"Diamond Dogs" และ "Heroes" ของ เดวิด โบวี
"One Day I'll Fly Away" ของ โจ แซมเปิล และเดอะครูเซเดอร์ส
"Children of the Revolution" ของ ที.เร็กซ์ ขับร้องโดย โบโน
"Roxanne" ของ เดอะโพลิซ
"The Show Must Go On" ของ ควีน

"Your Song" ของ เอลตัน จอห์น

Your Song



"Love is Like Oxygen" ของ สวีต
"Love is a Many-Splendored Thing" ของ The Four Aces
"Up Where We Belong" ของ โจ ค็อกเกอร์
"All You Need Is Love" ของ เดอะบีทเทิลส์
"I Was Made for Lovin' You" ของ คิส
"One More Night" ของ ฟิล คอลลินส์
"Pride (In the Name of Love)" ของ ยูทู
"Silly Love Songs" ของ พอล แมคคาร์ตนีย์
"Don't Leave Me This Way" ของ Kenneth Gamble, Leon Huff และ Cary Gilbert
"Fool To Believe" แต่งโดย บาซ เลอห์มานน์ และเครก อาร์มสตรอง

"I Will Always Love You" ดอลลี พาร์ตัน ขับร้องโดยดอลลี พาร์ตัน และวิทนีย์ ฮูสตัน

การที่ภาพยนตร์ใช้เพลงฮิตจำนวนมาก ทำให้ "เลอห์มานน์" ต้องใช้เวลาเกือบสองปีในการติดต่อเรื่องลิขสิทธิ์


ในภาพยนตร์มีเพลงที่แต่งขึ้นใหม่หนึ่งเพลง คือเพลง "Come What May" (เป็นคนละเพลงกับเพลง Come What May ที่ขับร้องในปี 1952 โดย แพตตี เพจ)  แต่งโดย David Baerwald ขับร้องโดยยวน แมคเกรเกอร์ และนิโคล คิดแมน เป็นเพลงที่เดิมแต่งขึ้นสำหรับใช้ในภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้าของเลอห์แมนน์ คือเรื่อง โรมิโอ + จูเลียต แต่ได้นำมาใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้แทน โดยใช้เป็นเพลงสำหรับลักลอบแสดงความรักต่อกันระหว่าง "คริสเตียน" และ "ซาทีน"

Come What May




เรื่องย่อ . . .

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1899 ณ โรงละครอันเลื่องชื่อ “มูแลง รูจ” ย่านมองมาร์ต ในกรุงปารีส ซึ่งมีจุดเด่นที่อาคารโรงละครเป็นรูปกังหันลม (ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า มูแลงส์)


คริสเตียน (ยวน แม็คเกรเกอร์) นักเขียนหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ในเชิงกวี ขัดขืนคำสั่งของบิดา ซึ่งเป็นชนชั้นกลาง ก้าวเข้าไปสู่อีกฟากของโลก ในแวดวงของชาวโบฮีเมียนแห่ง มองต์มาร์ท (Montmartre) แห่งกรุงปารีส โดยการนำของชายไว้เครา ที่มีอุปนิสัยดื้อดึง ตูลูส-ลอเทร็ค (รับบทโดย จอห์น เลกีซาโม) อดีตผู้ดีที่ถูกตัดออกจากกองมรดก คริสเตียนได้พบกับชาวโบฮีเมียน ภายใต้การปกครองของ ตูลูส-ลอเทร็ค ได้แก่ หมอ (รับบทโดย แกร์รี่ แม็คโดนัลด์) ที่หลงคิดไปว่าตัวเองเก่ง, นักเต้นแทงโก้ (รับบทโดย จาเซ็ค โคแมน) ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นชาวอาเจนตินา, ซาตี (รับบทโดย แม็ทธิว วิตเตท) และนักเขียนที่ชื่อ ออเดรย์ (รับบทโดย เดวิด เวนแฮม) 

ผู้คนทั้งหมดใช้ชีวิตอยู่ใน มูแลง รูจ (Moulin Rouge) ไนท์คลับสุดหรูอันขึ้นชื่อของปารีส ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนลุ่มหลง สถานที่รวมกันของชนชั้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกผู้ดี, เศรษฐี, คนงาน, ศิลปิน, พวกโบฮีเมียน, นางระบำ และ ผู้หญิงทำงาน โดยมี ซิดเลอร์ (จิม บอร์ดเบ้นท์) เป็นผู้จัดการคลับ 


และที่ มูแลง รูจ นั่นเอง คริสเตียน ได้พบกับ ซาติน (รับบทโดย นิโคล คิดแมน) ดาราประจำคลับ และโสเภณีที่สวยที่สุดของเมือง 


รวมทั้งเพื่อนพ้องอันได้แก่ นางระบำแคน-แคน นีนี่-เลกส์-อิน-ดิ-แอร์ (รับบทโดย คาโรลีน โอ’คอนเนอร์), ช่างแต่งตัวของ ซาติน นามว่า มารี (รับบทโดย เคอร์รี่ วอลเกอร์), นักแสดง เลอ ช็อคโกลาต์ (รับบทโดย ดิวเบียร์ โอปารี) และ นางระบำ ม็อง โฟรมาจ (รับบทโดย ลาร่า มัลคาฮีย์) ในที่สุด คริสเตียนหลงรักซาติน อย่างหมดใจ แต่เพราะซาติน มาจากครอบครัวที่ยากจนมากเธอจึงไม่คิดว่าความรักจะมีอยู่จริง เงินทองทรัพย์สินเท่านั้นที่จะบรรดาลความสุขมาให้ และซิดเลอร์เป็นคนที่สร้างเธอให้เป็นอย่างทุกวันนี้ แต่ซาตินไม่ต้องการเป็นนางระบำแคน-แคน ไปจนตลอดชีวิต ความฝันของเธอคือการได้เป็นนักแสดง เธอมีความตั้งใจแน่วแน่ และมีความสามารถโดดเด่น ยากจะหาใครเทียบได้ ในการสร้างสรรค์ลีลาการเต้นรำที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่เมื่อคริสเตียนร่ายเวทมนตร์ไปที่เธอผ่านบทเพลง ซึ่งทำให้เธอเชื่อว่า “ความรักมีอยู่จริง” ทำให้เขาเป็นคนที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับเธอ


คริสเตียน ได้รับการชักชวนจากตูลูส-โลแตร็ก (รับบทโดย เลกูซิอาโน) ให้เขียนบทละครเพลงเรื่องใหม่ให้กับคณะคาบาเรต์ของแฮโรลด์ ซิดเลอร์ (รับบทโดย บรอดเบนท์) ชื่อเรื่อง "Spectacular Spectacular" ละครเพลงเรื่องใหม่นี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากท่าน "ดยุก" มหาเศรษฐีแห่งมอนร็อธ (รับบทโดย ร็อกซ์เบิร์ก) ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะช่วยพยุงให้โรงละครแห่งนี้อยู่รอดต่อไปได้ ทุกคนจึงฝากความหวังไว้ที่ "ซาทีน" เพราะดยุก ลุ่มหลงเธอมาก โดยที่ "ดยุก" ตั้งเงื่อนไขว่า "ซาทีน" จะต้องมาเป็นนางบำเรอของ "ดยุก" ก่อนที่จะ เปิดทำการแสดงรอบแรก


ละครเพลง Spectacular Spectacular ที่ซ้อนอยู่ในเรื่อง เป็นละครเพลงแบบโบฮีเมีย คือมีเนื้อเรื่องในอุดมคติเกี่ยวกับความจริง ความสวยงาม อิสรภาพ และความรัก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมอินเดีย เกี่ยวกับนางบำเรอของมหาราชาอินเดีย ที่ลักลอบมีความรักกับนักเล่นซีตาร์พเนจร เปรียบเทียบกับความรักของซาทีน กับคริสเตียน และดยุก


ก่อนการแสดงรอบแรกจะเริ่มขึ้น "ดยุก" พบความจริงว่า "คริสเตียน" กับ "ซาทีน" ลักลอบมีความสัมพันธ์กันตลอดมา จึงยื่นคำขาดกับซิดเลอร์ ให้กำจัดคริสเตียนให้พ้นทาง มิฉะนั้นจะให้ลูกสมุนสังหารคริสเตียนเสีย ซาทีนจึงบอกกับคริสเตียนว่า เธอเลือกที่จะแต่งงานกับดยุก เช่นเดียวกับในเรื่อง Spectacular Spectacular ที่นางสนมเลือกอภิเษกกับมหาราชา แทนที่จะเป็นนักเล่นซีตาร์ ทั้งนี้เพื่อผลักไสให้เขาเดินออกไปจากชีวิตของเธอ และไม่ถูกสมุนของดยุกสังหาร


ด้วยความคับแค้นใจ คริสเตียนกลับมาขึ้นบนเวทีระหว่างการแสดงรอบแรก ในชุดแต่งกายของนักเล่นซีตาร์ เขาประกาศตัดสัมพันธ์กับซาทีนต่อหน้าผู้ชมทั้งโรงละคร แล้วเดินจากไป แต่เมื่อซาทีนร้องเพลง "Come What May" เพลงที่ทั้งคู่เคยตกลงกันว่าจะใช้แสดงความรักต่อกัน ในตอนท้ายของการแสดง ทั้งคริสเตียนและซาทีนก็รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของอีกฝ่าย ว่าต่างฝ่ายก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน


แต่เมื่อการแสดงละครรอบแรก ซึ่งสำเร็จลงด้วยดี สร้างความประทับใจแก่ผู้ชม และได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม แต่แล้ว "ซาทีน" ก็จบชีวิตลงกระทันหันภายหลังการแสดงจบ เนื่องจากอาการป่วยเป็นวัณโรคเรื้อรัง โดยที่ไม่มีใครรู้ นอกจากผู้จัดการไนท์คลับ เธอจากไปในอ้อมกอดของคริสเตียน ก่อนตายเธอให้เขาสัญญาว่า จะเขียนเรื่องราวความรักระหว่างคนทั้งคู่ เกี่ยวกับ "สิ่งที่ดีที่สุดที่เราได้เรียนรู้จากความรักที่แท้จริง คือการได้รัก และถูกรักตอบ" 


หนึ่งปีหลังการเสียชีวิตของซาทีน คริสเตียนได้เริ่มเขียนบทละคร พรรณนาความรักของเขากับซาทีน ชื่อเรื่องว่า "มูแลงรูจ"







Ref :
  
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. Movies HD Online - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger